สนักสนัก
💜
Health · 7 min read

ผื่นที่พบบ่อยในทารก: คู่มือแยกแยะและดูแล

คู่มือแยกแยะผื่นที่พบบ่อยในทารก ตั้งแต่สิวทารก ผื่นร้อน ไปจนถึงกลาก พร้อมรูปแบบ วิธีดูแล และเมื่อไหร่ควรพบแพทย์

ทำไมทารกมีผื่นบ่อย

ผิวทารกบอบบางและยังปรับตัวกับโลกภายนอก จึงไม่น่าแปลกใจที่ผื่นเป็นหนึ่งในเรื่องที่พ่อแม่มือใหม่กังวลบ่อยที่สุดค่ะ ข่ามดีก็คือ ผื่นส่วนใหญ่ในทารกไม่เป็นอันตรายและหายได้เอง

ผิวทารกแตกต่างจากผู้ใหญ่ในหลายด้าน:

  • บางกว่า — จึงระคายเคืองง่ายกว่า
  • ต่อมเหงื่อยังพัฒนาไม่เต็มที่ — จึงร้อนง่าย
  • ภูมิคุ้มกันผิวยังไม่แข็งแรง — จึงติดเชื้อได้ง่ายกว่า
  • กำลังปรับตัวกับฮอร์โมนจากแม่ — จึงอาจเกิดสิวหรือผื่นจากฮอร์โมน

เรามาดูผื่นที่พบบ่อยที่สุดและวิธีแยกแยะกันค่ะ

สิวทารก (Baby Acne)

สิวทารกพบได้บ่อยมากในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก เกิดจากฮอร์โมนของแม่ที่ยังอยู่ในร่างกายลูกค่ะ

ลักษณะ:

  • จุดแดงเล็กๆ หรือตุ่มขาวเล็กๆ บนหน้า โดยเฉพาะแก้ม จมูก หน้าผาก
  • อาจลุกลามไปที่คอและหลังส่วนบน
  • มักแย่ขึ้นเมื่อลูกร้อน ร้องไห้ หรือน้ำลายไหลโดนผิว

วิธีดูแล:

  • ไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษ จะหายเองใน 1-3 เดือน
  • ล้างหน้าลูกด้วยน้ำอุ่นเบาๆ วันละครั้ง
  • อย่าบีบหรือขัด
  • อย่าใช้โลชั่นหรือครีมยาแก้สิว

ผื่นมิเลีย (Milia) และผื่น Erythema Toxicum

มิเลีย (Milia):

  • จุดขาวเล็กๆ คล้ายหัวสิวบนจมูก แก้ม หรือคาง
  • เกิดจากเซลล์ผิวหนังตายที่ติดอยู่ใต้ผิว
  • พบในทารกแรกเกิดประมาณ 40-50%
  • หายเองภายใน 2-4 สัปดาห์ ไม่ต้องรักษา

Erythema Toxicum Neonatorum:

  • ผื่นแดงๆ มีจุดเหลืองตรงกลาง อาจดูน่ากลัว แต่ไม่เป็นอันตราย
  • พบในทารกแรกเกิดประมาณ 50%
  • มักปรากฏใน 2-5 วันแรกหลังคลอด
  • เกิดขึ้นทั่วตัว ยกเว้นฝ่ามือและฝ่าเท้า
  • หายเองภายใน 1-2 สัปดาห์ ไม่ต้องรักษา

ทั้งสองผื่นนี้เป็นเรื่องปกติมากของทารกแรกเกิดค่ะ ไม่ต้องกังวล

ผื่นร้อน (Heat Rash / Miliaria)

ผื่นร้อนเกิดเมื่อต่อมเหงื่ออุดตัน พบบ่อยมากในเมืองร้อนอย่างเมืองไทยค่ะ

ลักษณะ:

  • ตุ่มเล็กๆ ใส หรือแดง ตามรอยพับ คอ หลัง หน้าอก
  • มักแย่ขึ้นเมื่ออากาศร้อนชื้น หรือเมื่อลูกห่อตัวหนาเกินไป

วิธีดูแล:

  • ทำให้ลูกเย็นลง แต่งตัวเบาๆ
  • เปิดแอร์หรือพัดลม ให้อากาศถ่ายเท
  • อาบน้ำเย็นๆ หรือน้ำธรรมดา
  • ไม่ใช้แป้งฝุ่น (อาจอุดตันต่อมเหงื่อเพิ่ม)
  • ใส่เสื้อผ้าผ้าฝ้ายหลวมๆ

ผื่นร้อนมักหายเองภายใน 2-3 วันเมื่อลูกเย็นลงค่ะ ถ้าไม่ดีขึ้นหรือมีอาการติดเชื้อ (บวม แดง หนอง) ควรพบแพทย์

ผื่นผิวหนังอักเสบ (Eczema)

ผื่นผิวหนังอักเสบ (atopic dermatitis) พบในเด็กประมาณ 10-20% มักเริ่มในช่วง 3-6 เดือนแรกค่ะ

ลักษณะ:

  • ผิวแดง แห้ง คัน เป็นขุย
  • ในทารก มักพบที่แก้ม หน้าผาก หนังศีรษะ
  • ในเด็กโต มักพบที่ข้อพับ (ข้อศอก หลังเข่า)
  • เป็นๆ หายๆ มีช่วงกำเริบและสงบ

วิธีดูแล:

  • ทามอยส์เจอไรเซอร์บ่อยๆ: ใช้ครีมหรือขี้ผึ้งที่ไม่มีน้ำหอม ทาทุกวัน โดยเฉพาะหลังอาบน้ำ
  • อาบน้ำอุ่น ไม่ร้อน: อาบสั้นๆ 5-10 นาที ซับแห้ง อย่าถู แล้วทามอยส์เจอไรเซอร์ทันที
  • เลือกสบู่อ่อนโยน: ใช้สบู่ที่ไม่มีน้ำหอมและสารระคายเคือง
  • ตัดเล็บลูกให้สั้น: ป้องกันการเกา
  • ใช้ผ้าฝ้าย: หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าขนสัตว์หรือสังเคราะห์

ถ้าผื่นรุนแรงหรือไม่ตอบสนองต่อการดูแลพื้นฐาน คุณหมออาจสั่งครีมสเตียรอยด์อ่อนๆ หรือครีมป้องกันภูมิคุ้มกัน (calcineurin inhibitors) ค่ะ

เมื่อไหร่ผื่นน่ากังวล

ผื่นส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายค่ะ แต่ควรพบแพทย์ทันทีถ้า:

  • ผื่นมาพร้อมไข้: อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ
  • จุดม่วงแดงที่ไม่จางเมื่อกด: อาจเป็นสัญญาณของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (meningitis) ทดสอบโดยกดแก้วใสลงบนผื่น ถ้ายังเห็นอยู่ ไปโรงพยาบาลทันที
  • ผื่นลุกลามเร็วมาก: ภายในไม่กี่ชั่วโมง
  • มีตุ่มน้ำใส หรือหนอง: อาจเป็นการติดเชื้อ
  • ลูกดูไม่สบายมาก: ซึม ไม่กิน ร้องไห้ผิดปกติ
  • ผื่นรอบตา ปาก หรืออวัยวะเพศ: อาจต้องได้รับการรักษาเฉพาะ

ถ่ายรูปผื่นเก็บไว้เพื่อแสดงให้คุณหมอดูค่ะ ผื่นบางชนิดเปลี่ยนแปลงเร็วมาก การมีรูปช่วยให้คุณหมอวินิจฉัยได้แม่นยำขึ้น บันทึกในสนักเมื่อลูกมีผื่น จะช่วยให้คุณสังเกตความเชื่อมโยงกับอาหาร สบู่ หรือสิ่งแวดล้อมค่ะ

บันทึกทุกอย่างด้วย สนัก

บันทึกการกิน การนอน ผ้าอ้อม และอื่น ๆ ได้ในไม่กี่วินาที พร้อมการวิเคราะห์อัจฉริยะ

ดาวน์โหลด สนัก ฟรี